ขั้นตอนการ ตัดผีเสื้อ

จากตัดไม่ยาก ดูวิธีการพับกระดาษ แล้ววาดรูปตามภาพ ตัดตามรอย เท่านั้นเอง

หางโจว–วันที่19

 

วันนีไม่มีการเรียนการสอนแล้ว แต่เป็นพิธีจบการศึกษาระยะสั้นของพวกเราเอง

ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมาย ก็นั่งจิบน้ำชาที่ตึกชาของมหาลัย(ทางไปตึกB)

มหา

มหาลัยมีไร่ชาปลูกเองในมหาลัยเลย สวยมาก ไปดูภาพกัน

ไม่มีแค่นี้นะ ยังมีด้านหลังอีก สวยมาก

ตัวแทนนักเรียนพูดแสดงความรู้สึกและขอบคุณอาจาร์ยทุกๆท่าน ในตลอดระยะเวลา สามอาทิตย์

倩芳เป็นตัวแทนพูดอย่างถ้อยชัดถ้อยคำ

หลังจากนั้นก็แจกใบประกาศ ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ร้องเพลงร่วมกัน

 

เนื่องจากไร่ชาสวยมาก จน มีคนอยากเป็นสาวไร่ชากัน อิ๊ๆ

โดยเฉาพะสาวคนนี้

ตอนบ่ายวันนี้ เป็นกิจกรรม นำเสนอของ เกาเหล่าซือเลย เริ่มด้วย การไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ชา และผ้าไหม และต่อด้วยเมืองจำลองซ่ง (宋城)

เครื่องจักรผลิตใบชา

ใบชาอัดแข็งเพื่อเก็บไว้ได้นาน แต่ปัจจุบัน นำมาเป็นเครื่องประดับบ้านซะมากกว่า

ชาชักถ้วยมั้ยค๊ะ(อุปกรณ์ในการชงชา ไม่ธรรมดาจริงๆ)

เกมเลือนประกอบภาพ (เล่นเองหรือแอบขี้โกงค๊ะ)

ที่จริงในพิพิธภัณฑ์ ยังมีของให้ดูเยอะแยะทั้งเครื่องทำผ้าไหมซึ่งคล้ายๆกับบ้านเรา แต่ ต่างกันที่ขนาด เครื่องสานผ้าไหมของเค้า ใหญ่มาก เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา

 ขอถ่ายสองหนุ่มหน่อย

ทางเข้าบ้านผีสิง ที่ร้องแต่กรี๊ด ๆทั้งที่ไม่เห็นอะไร เอิ๊กๆ

ขนมหวานน้ำตาล ที่ ต้องเล่นไปกินไป

 ดูปรายฟ้าสิ สงสัยเล่นซะสะใจนะเนี่ย

 จำลอง วังของฮ่องเต้ และชุดของฮ่องเต้และฮองเฮา

 

หลังเดินเล่นจนเหนื่อยก็มานั่งรอ เวลาดูโชว์ ที่เค้าว่า อลังการงานสร้าง

อื้มมม หลังจบโชว์รู้สึกว่า คุ้มจริงๆที่ รอ แต่มันค่อนข้างดึกไปหน่อย ก็เลิกตั้งสามทุ่มกว่าๆเกือบสี่ทุ่มนะเนี่ย  

 

 

หางโจว–วันที่18

นับถอยหลังยังมีเวลาอีก 4 วันสินะ ที่จะได้อยู่หางโจว ว่าไปเวลาก็เดินเร็วเสียจริง

เก็บภาพสภาพห้องเรียน มาฝาก ว่า นักเรียนเรา ตั้งใจเรียนกัน แค่ไหน ไปดูกัน

ระหว่างการเรียน

เวลาตั้งใจจะเป็นแบบนี้

ตั้งใจ จดใหญ่

ถ่ายผมเหรอ (ก็ใช่นะสิ)

ยากแค่ไหน หนูก็สู้ตาย(ไม่เชื่อดูหัวของ美洁สิ)

แต่คนนี้ หลับแล้วจะเรียนรู้เรื่องมั้ยเนี่ย อิ๊ๆ

ซักภาพกับอาจาร์ยผู้สอน

ส่วนกิจกรรมตอนบ่าย ในวันนี้ เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ มาก (ตั้งใจอยากทำมานานแล้ว)

นั่นก็คือ การถักเชือกจีน หรือที่เรียกว่า 中国结

เริ่มจากการเรียนรู้ประวัติและ รูปแบบ เชือกจีนต่างๆ ดูแล้วยากๆทั้งนั้น

วิธีการเริ่มต้น ยังจำได้มั้ยหนูๆๆ(เหล่าซือลืมไปแล้วววง่ะ)

แล้วก็ถึงเวลาลงมือ แจกอุปกรณ์ คนละชุด และ แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

เริ่มจากการถักแบบง่ายก่อน กำไลข้อมือ

มีทั้งแบบ เกลียว(ถักด้านเดียว) และแบบแบน (ถักสองด้าน)

แล้วก็สำเร็จแล้วค่ะ

ที่จริงจะได้ทำเข็มกลัดแมงปอด้วย แต่ เวลาไม่พอ เลยทำได้แค่ กำไลข้อมือเท่านั้น เสียดายจังวันหลัง เหล่าซือก็อย่าเกริ่นยาวสิ จะได้ทำได้หลายๆอย่าง ฮือๆๆๆ อยากได้แมงปอ ๆๆๆ

หางโจว–วันที่17

เฝ้ารอคอยวันนี้ จะได้ไป shopping ที่ “เหอฝางเจีย” เกริ่นเรื่องถนนสายนี้ซักหน่อย เป็นถนนคนเดิน ที่ยังคงรักษาสภาพตลาดเก่าไว้ 

 มีของขายมากมาย บางร้าน ก็ดึงดูดลูกค้าโดยสวมชุดโบราณจีน

พ่อค้าขาย (เซาปิ่ง) ไม่อร่อยอ่ะ

(พ่อค้าฉายหนัง)

(พ่อค้าขายชา)

 

ทั้งของกินแล้วของที่ระลึก แถมยังมีบ้านผีสิงอีกด้วย

บ้านผีสิงที่พริตตี้หน้าร้าน คอยตะโกน สร้างความตกใจให้คนที่เดินผ่าน

นอกจากนี้ยังมีการฝีมือที่ทำกันให้ดูสดๆ

(ทำหน้ากาก)

เล่นดนตรี(เองคนเดียว)มือขวาตีขิม  มือซ้ายตีกรับ

น้ำตาลปั้น

สร้อยกันยุงและแมงสาป(กันได้จริงป่าวหว่า)

 

ของที่ระลึกซื้อฝากใครเนี่ย เยอะไปมั้ยยยยย (สังเกตในมือ)

หลังเดินกันเหนื่อย นั่งรอรถ

 

 

 

 

 

 

อีกไม่นานเกินรอ แล้วเราจะพบกัน

 

 

หางโจว–วันที่16

ช่วงเช้า เข้าเรียนตามชั้น กิจกรรมตอนบ่ายวันนี้  ไท่จี๋เฉวียน มวยไทเก็ก

 

ท่าทักทาย ตามแบบมวยจีน

เริ่มท่างพื้นฐาน

(เริ่มยกแข้งยกขา)

(ทำตามเหล่าซือ)

(แถวหลังก็พยายามนะเนี่ย)

(ก่อนจบชั้นเรียน เหล่าซือมีแถมสอนอู่สู้ให้เล็กน้อย) ไม่กี่กระบวนท่า

และต่อไปก็เป็นท่าที่นักเรียนได้มาจากการเรียนคลาสนี้ (พยายามกันสุดๆ)ใครถ้าอะไรไปนึกชื่อกันเอาเองนะจ๊ะ(เหล่าซือเองก็จำไม่ได้)

 

 

 

ถ้าได้ออกกำลังกายแบบนี้ทุกวัน คงผอมได้แน่ๆๆ

ว่ามั้ย????

หางโจว–วันที่15

วันนี้ก็ได้หยุดอีกหนึ่งวัน (ชดเชยวันแรงงาน)  กิจกรรมไม่แตกต่างจากเมื่อวาน

แต่วันนี้ตื่นแต่เช้่าเล็กน้อย เพราะอยากไปเดินขึ้นเขาเล่นมานอนที่หลังหอพัก อากาศเย็นๆ สดชื๊นสดชื่น

( ทางขึ้นเขา ) 

(หนทางข้างหน้า)

(ดอกไม้ข้างทาง คิดไว้จะมาดูมันบานพรุ่งนี้)

แล้วก็กลับมานอนต่อแถมตื่นสาย ตื่นปุ๊บก็ดูทีัวี หิวกิน ตกบ่ายไปนั่งเล่นที่ห้องของจินหวิน

(อาหารเช้า มันฝรั่งบด)อร่อยมากจ ะซื้อกลับไปกินเยอะๆๆ

แล้วซักพักซิวหนี่เหล่าซือ เดินมาบอกว่า ฟู่ไฉไปเล่นชกมวย มา แขนบวมเป่ง

พอดีในมหาลัยมี หมอประจำการอยู่ เลยไปหาก่อน หมอมหาลัยแนะนำให้ไปเอกซ์เรย์ เพื่อให้แน่ใจว่า หักหรือไม่  ตอนนั้นคิดในใจไม่น่าจะรุนแรงถึงขั้นแขนหัก ไปโรงพยาบาลแรก เอกซ์เรย์ไม่ชัด แต่หมอก็คิดว่า หักแน่นอน เลยแนะนำให้ไปโรงพยาบาลใหญ่ในเมือง นั่งแท๊กซี่เข้าเมืองไปกัน

(รพ ถงเต๋อตอนที่ไปถึงเค้าให้ไปที่แผนกฉุกเฉิน)

รพในเมืองเอกซ์เรย์ออกมาเห็นชัดๆว่า หัก ฟู้ไฉ หน้าจ๋อยเลย กลับไปหาหมอดูแผ่นเอกซ์เรย์อีกที คราวนี้ หมอให้หมออีกคนมาช่วยต้องเรียกว่า ช่วยกันดัดและจับกระดูกให้เข้าที่

ยืนอยู่ข้างๆเจ็บแทนเลยน่ะ น่ากลัวมาก สงสาร แต่ก็เป็นหนทางที่ง่ายที่สุดไม่ต้องผ่าตัด

หมอสั่งให้กลับไป เอกเรย์อีกครั้ง เพื่อเช็คว่าเข้าที่ ดีมั้ย แอบขู่ฟู่ไฉว่า ไม่เข้าที่ต้องทำกันใหม่อีกรอบ (หน้าซีดเลย)  หลังเอกซ์เรย์รอบสอง ปรากฏว่า เข้าที่ สวยงาม จนหมอพูดว่า เพอร์เฟค เลยเชียว หน้าฟู่ไฉเลยยิ้มขึ้นมาได้ เหอๆๆๆ

(ถ่ายรูปคุณหมอ หลังที่รู้ว่าไม่ต้องโดนดัดอีกรอบ)

(มื้อเย็น บ๊ะจ่างที่มีหมูแค่ก้อนจึ๋งเดียว 15 บาท)

เป็นอันว่า วันหยุดนี้มีเรื่องให้ได้ ตื่นเต้นกัน ผ่านไปอีกหนึ่งวัน

(เหลืออีกกี่วันน๊าาาจะได้กลับบ้านแล้ว) 

หางโจว–วันที่14

วันอาทิตย์ พักผ่อน ไม่มีโปรแกรม

นอนดู prison break ไปหนึ่งตอน สนุก แต่เหงาอ่ะ เลย วิ่งไปหาเด็กๆที่ห้องพักดีก่า

สองทุ่มครึ่งกลับห้อง อาบน้ำ นอน

ผ่านไปหนึ่งวัน เอิ๊กๆๆๆ